Cafe Beau Soleil

เทรนด์อาหารเดลิเวอรี ธุรกิจสวนกระแสในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ

เทรนด์อาหารเดลิเวอรี

                เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจทั้งของไทยและของโลกต่างค่อย ๆ ซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจใหญ่ ๆ หลายแห่งปิดตัวไปอย่างน่าประหลาดใจ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ผกผันอย่างไม่สามารถคาดคะเนได้ เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงหายนะทางเศรษฐกิจที่กำลังใกล้เข้ามา แต่ไม่น่าเชื่อว่าในช่วงเวลาเดียวกันนั้น กลับมีธุรกิจประเภทหนึ่งที่อัตราการเติบโตสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องทุกปี นั่นคือ “ธุรกิจอาหารเดลิเวอรี” ด้วยปัจจัยหลาย ๆ ด้าน อาทิ การเปลี่ยนแปลงยุคสมัยจากยุคอุตสาหกรรมเป็นยุคเทคโนโลยี สภาพแวดล้อมในเมืองใหญ่ที่ทั้งการจราจรติดขัด ความแออัดเบียดเสียด การแข่งขันที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกโอกาส จึงไม่แปลกที่ไลฟ์สไตล์ของผู้คนจะเปลี่ยนไป ไม่อยากออกจากบ้าน หรือที่ทำงาน เพื่อไปวนหาร้านอาหารที่ก็เต็มไปด้วยฝูงชนที่นั่งรอรับประทานอาหารเช่นกันอยู่เต็มเกือบทุกร้าน

อัตราการเจริญเติบโตของธุรกิจอาหารเดลิเวอรี

มีข้อมูลเปิดเผยจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยว่า ในช่วงที่ผ่านมา (ประมาณปี ค.ศ.  2014 – 2018) อัตราการเจริญเติบโตของธุรกิจอาหารเดลิเวอรีนั้น เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 10 % ซึ่งเติบโตมากกว่าธุรกิจร้านอาหารที่มีอัตราเจริญเติบโตต่อปีเพียง 3 – 4 %  และในปี 2019 คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 14% โดยสาเหตุจากหลาย ๆ องค์ประกอบ ทั้งด้านโครงสร้างประชากรต่อครัวเรือนที่ปัจจุบันเน้นการสร้างครอบครัวขนาดเล็ก ที่ทำให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตครอบครัวเป็นแบบง่าย ๆ กินอยู่ง่าย ๆ ไม่หวือหวา หรือด้านพฤติกรรมของมนุษย์ยุคไอทีที่เน้นการทำกิจกรรมบนพื้นฐานความสะดวกสบายรวดเร็ว และประหยัดเวลา โดยร้อยละ 80 จะมาจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือ
แอปพลิเคชัน ที่แต่ละบริษัทพากันทยอยสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ออกมาอย่างไม่ขาดสาย เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้ดี ง่าย และถูกใจมากที่สุด

การแข่งขันธุรกิจอาหารเดลิเวอรีในยุคดิจิตอล

                ธุรกิจอาหารเดลิเวอรีเป็นผลพวงมาจากก้าวหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยีในยุคดิจิตอล จากที่เมื่อก่อนอาหาร
เดลิเวอรีสามารถสั่งได้เพียงช่องทางเดียว คือการโทรศัพท์ไปยังร้านค้าที่มีบริการเดลิเวอรี ซึ่งก็มีร้านค้าให้บริการน้อยมาก และจะมีเพียงร้านอาหารชื่อดัง หรือร้านอาหารแฟรนไชส์จากต่างประเทศตามห้างเท่านั้น แต่พอมาถึงตอนนี้ที่ยุคสมัยเปลี่ยนไป ร้านเล็ก ๆ สามารถยิ่งใหญ่บนโลกออนไลน์ในมือถือเล็ก ๆ ของทุกคนได้ ไม่ว่าจะเป็นร้านสตรีทฟู้ดข้างทาง หรือผู้ที่อยากมีรายได้เสริมโดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน แค่ทำและเตรียมอาหารอยู่ที่บ้านตัวเอง ก็สามารถเป็นร้านค้าที่ให้บริการเดลิเวอรีได้ นั่นทำให้ตลาดธุรกิจอาหารออนไลน์นี้เปิดกว้าง มีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง และมีคู่แข่งที่หลากหลาย การเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารหันมาทำการตลาดช่องทางนี้เยอะขึ้น ดังนั้นแต่ละร้านจึงต้องหา
กลยุทธ์การตลาดที่จะมัดใจให้ลูกค้าเลือกและกลับมาซื้ออาหารที่ร้านซ้ำ ๆ อีก

                แต่ไม่ว่าอย่างไร การที่เจ้าของธุรกิจอาหารเดลิเวอรีออกมาสาดอาวุธทางธุรกิจใส่กัน และคิดแผนกลยุทธ์เพื่อดึงลูกค้าให้ใช้บริการบริษัทตนมากที่สุดนั้น ย่อมส่งผลดีต่อผู้บริโภคอย่างเราแน่นอน เพราะธุรกิจบริการจะเกิดผลสำเร็จที่ดีได้นั้น ประเด็นสำคัญต้องมาจากความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ นั่นหมายถึง เราในฐานะผู้บริโภคจะได้ใช้งานเว็บไซต์หรือ
แอปพลิเคชันจากผู้ให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการคืนกำไรให้ลูกค้ามากขึ้น มีมาตรฐานการส่งอาหารที่ถูกต้องและรวดเร็วมากขึ้น มีโปรโมชั่นให้เลือกเยอะขึ้น ถือเป็นการสร้าง Win-Win Situation ให้กับทั้งสองฝ่าย ร้านได้ลูกค้า – ลูกค้าได้อาหารตามที่ต้องการโดยไม่ต้องเสียเวลาไปเผชิญปัญหารถติดบนท้องถนน

ที่มาความแข็งแกร่ง ของสโมสรเจ้าบุญทุ่ม Barcelona

ถ้าพูดถึงสโมสรฟุตบอลที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างมากมาย แน่นอนว่าหนึ่งในสโมสรที่ทุกคนจะต้องล้วนนึกถึงก็คือสโมสรอย่าง Barcelona ที่ความแข็งแกร่งนั้นอยู่ในระดับที่ไม่ว่าสโมสรไหนก็ต้องยำเกรงเมื่อต้องลงสนามฟาดแข้งด้วย

            แต่รู้ไหมว่า รากฐานความแข็งแกร่งของสโมสรบาร์เซโลน่าแห่งนี้ คืออะไร? เราเลยอยากไปพาคุณไปค้นหาคำตอบพร้อม ๆ กันว่า เหตุใดทีมยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นกาตาลันจึงประสบความสำเร็จต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้

เคล็ดลับของความแข็งแกร่ง คือสถานที่ที่ชื่อว่า ลามาเซีย

            ลามาเซีย คือ ศูนย์ฝึกนักเตะระดับเยาวชนของทางสโมสรบาร์เซโลน่า ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นศูนย์ฝึกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งโลก โดยเด็ก ๆ ทุกคนที่เข้ามารับการบ่มเพาะศักยภาพด้านฟุตบอล ณ ที่แห่งนี้ จะได้ซ้อมทักษะพื้นฐานโดยเน้นไปที่การต่อบอลบนพื้นเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมเราจึงเห็นสโมสรแห่งนี้มีความแข็งแกร่งในเรื่องการส่งบอลเป็นอย่างมาก จนก่อกำเนิดเป็นรูปแบบการเล่นที่ทั้งสวยงามและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน ที่พร้อมสร้างหวาดหวั่นอย่างมากให้กับทีมคู่แข่งที่ต้องมาเผชิญ รูปแบบที่ว่านั้นก็คือ ตีกี-ตากา

            นอกจากนี้ เด็ก ๆ ทุกคนยังจะได้รับการดูแลทางด้านอาหารเสริมและโภชนาการเป็นอย่างดี เพื่อให้มั่นใจว่าจะสร้างความแข็งแกร่งทางร่างกายจนต่อยอดไปเป็นนักฟุตบอลที่ดีได้ในอนาคต

จุดหมายของเหล่านักเตะเยาวชนทั่วโลก

            เนื่องจาก ลามาเซีย ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศูนย์ฝึกเยาวชนที่ดีที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เหล่านักนักเตะระดับเยาวชนทั้งหลายต่างอยากฝึกฝนทักษะกันที่นี่ เพราะต่อให้คุณไม่ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ก็จะมีเหล่าแมวมองจากสโมสรอื่น ๆ ที่ต่างแวะเวียนกันมาสังเกตการณ์ดึงตัวไปร่วมทีมในอนาคตอยู่ดี

            ด้วยเหตุที่เป็นเหมือนแหล่งรวมตัวของคนที่มีความฝันเดียวกัน ทำให้เหล่านักเตะเยาวชนต่างก็ต้องแข่งขันกันพัฒนาตัวเองเพื่อก้าวไปประสบความสำเร็จในอนาคต ดังนั้นแล้ว ลามาเซีย จึงเปรียบได้ดั่งเหมืองแร่ในวงการฟุตบอลที่คุณจะได้พบกับเด็กรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์จำนวนมากอยู่ในศูนย์ฝึกแห่งนี้

กำเนิดนักฟุตบอลชั้นนำของโลกมาแล้วมากมาย

            ชาบี เอร์นานเดซ, อันเดรส อิเนียสต้า, ลิโอเนล เมสซี่, เชส ฟาเบรกาส, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ เคราร์ด ปีเก้ ต่างล้วนเป็นขุนพลที่เคยพา Barcelona กวาดความสำเร็จมาแล้วอย่างมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่าทุกคนที่เราได้กล่าวมาล้วนกำเนิดขึ้นจากศูนย์ฝึกเยาวชนที่ลามาเซียทั้งสิ้น

            และไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเหล่านักเตะที่โลดแล่นอยู่ในวงการฟุตบอลระดับโลกอีกหลายคน ที่ต่างก้าวขึ้นมาจากศูนย์ฝึกเยาวชนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น เปเป้ เรน่า, มิเกล อาร์เตต้า, ติอาโก้ ม็อตต้า หรือแม้แต่ดาวยิงเพื่อนร่วมชาติของเมสซี่อย่างเมาโร อิคาร์ดี้ ก็เคยได้รับการฝึกสอนจากศูนย์ฝึกแห่งนี้เช่นเดียวกัน

            ดังนั้นจะเห็นได้ว่าลามาเซียเปรียบเสมือนกับสถานที่ให้กำเนิดและผลักดันเหล่านักเตะชั้นนำจำนวนมาก เพื่อก้าวขึ้นมาสู่วงการฟุตบอลอาชีพ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทางบาร์เซโลน่าจะสามารถคงความแข็งแกร่งไว้ได้ยาวนานถึงเพียงนี้ เพราะหากคุณมีรากฐานที่มั่นคงย่อมจะพาให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน และรากฐานที่ว่านั้นก็คือ “ศูนย์ฝึกลามาเซีย” นี่เอง

ทุกคนคงจะได้รู้เรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อของสโมสร Barcelona กันไปเป็นที่เรียบร้อย อย่าลืมแวะไปเลือกซื้อสินค้าเกี่ยวกับฟุตบอล หรือจะเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพกันได้ที่ Shopee ซึ่งตอนนี้มีจัดโปรโมชั่นให้สามารถเลือกซื้อสินค้ากันได้อย่างมากมายในราคาที่คุ้มค่า กับแคมเปญ Summer sale ตั้งแต่วัน 5 ถึงวันที่ 31 พ.ค. 2562 พร้อมรับเงินคืนสูงสุดกว่า 200% อีกด้วยนะ

พบกับแคมเปญ Shopee Free Shipping month ช้อป 0บาท ก็ไม่มีค่าส่งทั่วไทย วันที่ 1-30 มิ.ย. 62 พร้อม 1 บาท Prize เล่นเกมทุกศุกร์ ลุ้นของรางวัลง่ายๆ Flash Sale เริ่ม 9 บ. รับเงินคืน 100% พร้อมสินค้าแบรนด์ คูปองส่วนลดทุกวัน

ทำไมน้ำดื่มจึงเป็น “ซูเปอร์ฟู๊ด” ที่คุณต้องใส่ใจ

Drinking Water

หากร่างกายคุณไม่มีน้ำมากพออาหารซูเปอร์ฟู๊ดต่างๆ ก็คงแทบไร้ประโยชน์ไปเลย น้ำจึงเป็น”ซูเปอร์ฟู๊ด” พื้นฐานสำหรับร่างกายมนุษย์ หากร่างกายคนเราขาดน้ำแล้วอาหารซูเปอร์ฟู๊ดอื่นๆ ก็ให้คุณค่าและสารต่อต้านโรคได้ไม่เต็มที่ ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยน้ำ 80 % เนื้อสมองมีน้ำ85% เส้นเลือดมีน้ำอยู่ประมาณ 80% ส่วนเซลกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ก็มีน้ำอยู่ถึง 70% โดยทั่วไปแล้วมนุษย์สามารถอดอาหารได้นานหลายสัปดาห์แต่คนส่วนใหญ่ไม่สามารถอดน้ำได้นานเกิน 3 วัน

ทำไมน้ำดื่มสะอาดหรือน้ำแร่ธรรมชาติจึงเป็น “ซูเปอร์ฟู๊ด” พื้นฐานในร่างกายคุณ

คุณคงได้ยินหรือรับมูลจากโฆษณาเครื่องดื่มชนิดต่างๆ หลากหลายยี่ห้อล้วนแต่ชี้นำว่าเครื่องดื่มชนิดนั้นเป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุดต่อสุขภาพและมีพลังงานสูง แต่จากผลการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญกลับพบว่า น้ำเปล่าหรือน้ำแร่ธรรมชาติยังเป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์

กาแฟและชาสำเร็จรูปราคาถูกรสชาติดีแต่เครื่องดื่มทั้งสองกลับให้ผลตรงกันข้ามกับความชุ่มชื่นภายในร่างกาย เพราะว่าเครื่องดื่มเหล่านี้ล้วนทำให้ร่างกายขับปัสสวะบ่อยขึ้น นั่นคือกาแฟและชาสำเร็จรูปจะเป็นตัวเร่งในการขับน้ำออกจากร่างกาย กาแฟหรือชาหนึ่งแก้วถูกขับถ่ายเป็นของเสียประมาณครึ่งแก้ว ดังนั้นการดื่มชากาแฟเป็นประจำจะทำให้ร่างกายคุณขาดน้ำเร็วขึ้น เพราะน้ำเครื่องดื่มเหล่านี้จะถูกขับถ่ายออกมาอย่างรวดเร็วหลังจากดื่มไปไม่นานนัก

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพชนิดอื่น เช่น เครื่องดื่มเพื่อความงาม เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำเกลือแร่ น้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้สำเร็จรูป ต่างก็มีน้ำตาลผสมอยู่เพื่อดึงดูดใจลูกค้า นั่นคือเครื่องดื่มเหล่านี้จะเติมปริมาณน้ำตาลเข้าไปยังเส้นเลือดของคุณ หากดื่มเป็นประจำจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม

ผลเสียของการขาดน้ำ

เนื่องจากเนื้อสมองของเรามีน้ำอยู่ประมาณ 85% หากน้ำในร่างกายลดลงเพียง 2% คุณจะรู้สึกถึงผลกระทบจากสิ่งนี้ได้ทันที โดยสังเกตุได้จากสมองของคุณไม่สามารถจดจ่อกับงานที่ทำได้เลย มีอาหารปวดศรีษะและไม่สามารถคิดหาคำตอบจากปัญหาต่างๆ ได้เหมือนช่วงปกติ อ่านหนังสือหรือข้อมูลบนอินเตอร์ไม่รู้เรื่อง สายตาเริ่มพล่ามั่วจนพิมพ์ข้อความผิดพลาด

เลือดของมนุษย์มีน้ำอยู่ประมาณ 80% การขาดน้ำทำให้เลือด “เหนียวข้น” หมายความว่าหัวใจของคุณจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อพยายามหมุนเหวียนเลือดไห้ไปทั่วร่างกาย

ปกติแล้วเลือดเหนียวข้นจะส่งออกซิเจนไปยังเซลต่างๆ ได้น้อยลง ถ้าหากร่างกายคุณขาดน้ำเป็นเวลานานๆ คุณก็จะเข้าสู่สภาวะขาดน้ำแบบเรื้อรัง ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ระบบฮอร์โมน และความสมดุลของกรดด่างภายในร่างกาย จนระบบต่างๆ เริ่มอ่อนแอลงจนไม่สามารถต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้ นั่นอาจคุกคามถึงชีวิตได้

ดื่มน้ำสะอาดให้มากพอ

คำถามที่พบส่วนใหญ่คือ “แล้วแต่ละวันฉันควรดื่มน้ำมากแค่ไหนละ?” คุณอาจได้ยินหรือได้อ่านคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญว่า ควรดื่มสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้วต่อวัน จริงๆ แล้วร่างกายแต่ละคนมีความแตกต่างกันมาก ทั้งเรื่องวัย เพศ น้ำหนักตัว สภาพอากาศในเวลานั้น หรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นสาเหตุให้การสูญเสียน้ำของแต่ละคนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

คุณสามารถวัดว่าตัวเองมีอาการขาดน้ำหรือไม่ได้ด้วยการดูจากสีของปัสสาวะ หากร่างกายปกติสีของปัสสาวะจะเป็นสีเหลืองอ่อน ถ้าหากมีสีเหลืองเข้มมากก็แสดงว่าคุณดื่มน้ำน้อยกว่าความต้องการของร่างกายต้องการแล้ว

การดื่มน้ำมากเกินไปแม้ไม่ส่งผลเสียร้ายแรงมากเท่าใดก็ตาม แต่ร่างกายก็จะขับสารอาหารและแร่ธาตุบางอย่างออกจากร่างกายเร็วขึ้นเซลจึงดูดซึมไม่ทัน การดื่มน้ำให้พอดีจึงได้ประโยชน์สูงสุด ร่างกายก็สดชื่น ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ดังนั้นการดื่่มเปล่าหรือน้ำแร่ธรรมชาติก็ควรปรับให้เหมาะกับตัวคุณเองในแต่ละวันโดยดูจากสีของปัสสาวะเป็นหลัก

โกจิเบอร์รี่ “ซูเปอร์ฟู๊ด” ของคนจีนโบราณ

Goji Berries

โกจิเบอร์รี่หรือวูล์ฟเบอร์รี่ยังเป็นอาหารชนิดใหม่ของชาวตะวันตก แต่ผลเบอรี่สีแดงเล็กๆ เหล่านี้ชาวจีนรู้จักกันมาเป็นอย่างดีมากว่าสองพันปี โดยเฉพาะพระหรือนักบวชในแถบเทือกเขาหิมาลัยชอบทานเป็นอาหารหลักหรืออาหารว่างด้วยการแช่ผลโกจิเบอรรี่แห้งกับน้ำร้อนๆ ชงเป็นเครื่องดื่มหรือนำไปปรุงร่วมกับวัตถุดิบอื่น พวกเขาอ้างว่ามีสรรพคุณเป็นยาชูกำลัง ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีอายุยืนยาว และสมาธิดีขึ้น

ไม่ว่าจะกินโกจิเบอรี่แห้งแบบดิบๆ หรือละลายน้ำเป็นเครื่องดื่มก็ตาม โกจิเบอรี่จะหลั่งสารไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ ออกมายับยั้งและต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้เพราะสารอาหารเหล่านี้มีหน้าที่ต่อต้านและทำลายอนุมูลอิสระดีมาก โกจิเบอรี่มีแคลอรี่ต่ำ เส้นใยอาหารเยอะคุณจึงรู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้นส่งผลดีต่อการลดน้ำหนัก นี่คือซูเปอร์ฟู๊ดชั้นดีจากองค์ความรู้ของชาวจีนโบราณ

ชาวจีนรู้จักนำโกจิเบอรี่มาเป็นส่วนผสมหนึ่งในสูตรยาแก้อาการซึมเศร้า โรควิตกกังวล และอาการผิดปกติทางอารมณ์ โกจิเบอรี่ให้เบต้าแคโรทีนสูงดังนั้นการแพทย์ทางฝั่งตะวันตกจึงนำมาเป็นวัตถุดิบหนึ่งหรืออาหารเสริมในการบำรุงผิวพรรณหรือผิวบริเวณรอบดวงตา รวมถึงใช้ป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วยเพราะมันช่วยควบคุมไตรกลีเซอไรด์(Triglyceride) น้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

โกจิเบอรี่เป็นพืชในตระกูลเดียวกับมันฝรั่ง มะเขือแทศ มะเขือยาว และพริกไทย โกจเบอรรี่ 1 ถ้วยตวง หรือ 170 กรัม ให้พลังาน 100 แคลอรี่ เส้นใยอาหาร 4 กรัม โปรตีน 4 น้ำตาลธรรมชาติ 13 กรัม และไขมันแบบไม่อิ่มตัวหรือทรานส์ไขมัน นอกจากนั้นแล้วมันยังให้วิตามินและแร่ธาตุสำคัญอีก 20 กรัม กรดอะมิโน 18 ชนิด กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อสุขภาพอีก 5 ชนิด และโฟโตเคมิคอล โกจิเบอรี่จึงเป็นอาหารซูเปอร์ฟู๊ดชนิดหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนรักสุขภาพ หลังจากผ่านการพิสูจน์คุณค่ามาอย่างยาวนานจากคนจีนหลายยุคหลายสมัย

แม้ว่าโกจิเบอรี่จะอยู่กลางตาราง ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity) ของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา(USDA) โกจิเบอรี่อยู่อันดับที่ 3,290 ของตาราง ORAC ซึ่งเป็นตารางการจัดอันดับคะแนนให้กับอาหารแต่ละชนิดว่าอาหารชนิดนั้นมีความสามารถในการดูดซับอนุมูลอิสระได้มากเพียงใด ด้วยกระบวนการวัดคะแนนแบบ ORAC แม้โกจิเบอรี่จะมีคะแนนระดับกลางๆ แต่ถ้าหากเทียบคะแนน ORAC กับผลไม้ชนิดแล้ว โกจิเบอรี่ก็ได้อันดับ 3 นั่นคือ มันเป็นอาหารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพมากเพราะโกจิเบอรี่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนสูงถึง 18 ชนิด มีกรดอะมิโน 11 ชนิดที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้และหาไม่ได้จากอาหารอื่นๆ

รสชาติเปรี้ยวหวานของโกจิเบอร์รีนั่นอุดมไปด้วยวิตามินซีสูงมากคล้ายกับผลเชอรี่และแคลนเบอรี่ ซึ่งให้วิตามินซีมากกว่าส้มเขียวหวาน 500 เท่าเมื่อเทียบกันแบบกรัมต่อกรัม

ไม่มีปัญหาอะไรเลยผู้คนทุกเพศทุกวัยสามารถกินและได้สรรพคุณของโกจิเบอรี่แทบทุกคน สำหรับผู้สูงวัยดูเหมือนโกจิเบอรี่จะให้ประโยชน์เพิ่มเติมอีกอย่างก็คือมันช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือดทำให้ระดับน้ำตาลภายในร่างกายสมดุลมากขึ้น สมรรถภาพทางเพศก็แข็งแรงมากขึ้น

เช่นเดียวกับอาหารทุกชนิดที่คุณต้องการกินเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ อย่างน้อยควรไปพบแพทย์และตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแพทย์จะได้แนะนำว่าอาหารชนิดใดบ้างหมาะสมและทานได้มากแค่ไหน ร่างกายแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันตามวิถีการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมความเป็นอยู่ บางคนกินอาหารชนิดเดียวนานๆ ก็ไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใดแต่บางคนกินแล้วป่วยจนเสียชีวิตเลยก็มี

5 ซูเปอร์ฟู๊ดที่ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย

Superfoods

เราทุกคนต่างก็ต้องการพลังงานในการทำงานและเพิ่มความแข็งแกร่งในการทำกิจกรรมประจำวันแทบทั้งนั้น แต่ถ้าหากร่างกายของคุณไม่มีพลังงานมากพอในวันนั้นผลงานก็จะลงตามความอ่อนล้าไปด้วย บางคนจึงหันไปดื่มเครื่องดื่มสำเร็จชนิดต่างๆ เช่นเครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม นมกล่อง หรืออมลูกกวาดเพื่อทดแทนพลังงานที่หายไป บางคนชอบกินอาหารว่างหรืออาหารสำเร็จรูปแทนสำหรับเติมพลังงานในแต่ละวัน

น้ำตาลของเครื่องดื่มและอาหารสำเร็จรูปเหล่าก็ถูกเผลาผลาญไปอย่างรวดเร็วหลังจากคุณดื่มหรือกินอาหารเหล่านี้ไปแล้วไม่นาน พลังงานในร่างกายก็ลดลงเร็วส่งผลเสียจนคุณดูเซื่องซึมและอารมณ์เสียง่ายขึ้น

ข่าวดีก็คือยังมีวัตถุดิบหรืออาหารบางชนิดที่ให้พลังงานสูงและอยู่ได้นาน มันช่วยป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเส้นเลือดลดลงแบบกะทันหัน อาหารประเภทนี้มักมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนซึ่งเป็นที่ทราบรู้กันดีอยู่แล้วว่ามันย่อยได้ช้ากว่าคาร์โบไฮเดรตทั่วไป นั่นคือคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนให้พลังงานได้นานกว่า มีซูเปอร์ฟู๊ดหลายชนิดช่วยพลังงานชนิดให้กับร่างกายแต่บทความนี้เราแนะนำเพียง 5 ซูเปอร์ฟู๊ดนี้เท่านั้น เพราะมันหาง่าย ราคาถูก และเพิ่มพลังงานให้คุณได้ดีมากพร้อมสรรพคุณทางด้านสุขภาพ

1. ข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ตเป็นซูเปอร์ฟู๊ดยอดเยี่ยมมากชนิดหนึ่งในการเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายของคุณโดยเฉพาะมื้ออาหารเช้า เพราะว่าทำง่าย สะดวกและประหยัดเวลา ข้าวโอ๊ตเต็มไปด้วยพลังงานและเส้นใยอาหาร ข้าวโอ๊ตจำนวน 117 กรัม (หรือ 1 ออนซ์) ให้พลังงานถึง 120 แคลอรี่ นอกจากนั้นแล้วข้าวโอ๊ตยังมีค่าดัชนีน้ำตาลในเส้นเลือดต่ำอีกด้วยจึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

2. โยเกิร์ต

เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งในการปล่อยน้ำตาลกูลโคสเข้าเส้นเลือดอย่างช้าๆ ก็คือ การผสมคาร์โบไฮเดรตเข้ากับสารอาหารตัวอื่น ตัวอย่างเช่น รวมคาร์โบไฮเดรตเข้าไว้กับโปรตีน เพราะโปรตีนจะช่วยชะลอการย่อยคาร์โบไฮเดรตทำให้ร่างกายรักษาระดับพลังงานได้ดีขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามตัวอย่างนี้คุณจะต้องกินโยเกิร์ตธรรมดาหลังจากกินอาหารอิ่มแล้ว โยเกิร์ตจากธรรมชาติมีโปรตีนสูงมาก โยเกิร์ต 170 กรัม(1 ถ้วยตวง) มีโปรตีน 17 กรัม มีคาร์โบไฮเดรต10 กรัม และให้พลังงาน 100 แคลอรี่

3. ถั่วเปลือกอ่อน

พืชตระกูลถั่วเปลือกอ่อนต่างก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีที่สุดพร้อมให้ไขมันจากธรรมชาติน้อยด้วย แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเมล็ดถั่วเปลือกอ่อนนั้นเป็นอาหารเพิ่มพลังงานจากธรรมชาติที่ดีอีกชนิดหนึ่งด้วย ถั่วเปลือกอ่อนปรุงสุก 1 ช้อนโต๊ะ ( 11 กรัม) ให้พลังงานสูงถึง 14 แคลอรี่ นั่นคือหากคุณกินถั่วปรุงสุกหนึ่งถ้วยตวงหรือ 177 กรัมจะได้พลังานสูงถึง 225 แคลอรี่ ซูเปอร์ฟู๊ดพืชตระกูลถั่วยอดนิยมก็ได้แก่ เมล็ดถั่วฝักยาว ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วลูกไก่หรือถั่วชิกพี เป็นต้น

4. ถั่วเปลือกแข็ง

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมแซนวิชเนยถั่วลิสงเพียงหนึ่งชิ้นสามารถให้พลังงานได้มากพอที่จะผลักความซบเซาในยามบ่ายออกไปได้ ก็เพราะเมนูที่มีส่วนผสมของเมล็ดถั่วเปลือกแข็งต่างๆ ทั้ง ถั่วลิสง ถั่วอัลมอลล์ วอลนัท และอื่นๆ มีเส้นใยอาหารเยอะมากทำให้กระเพราะอาหารย่อยช้าลง กระบวนการส่งโมเลกุลน้ำตาลกูลโคสไปยังเซลต่างๆ ภายในร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น

การกินถั่วเปลือกแข็งหรือสูตรเมนูโปรดจากถั่วเหล่านี้ไม่ได้เพิ่มแค่เพียงพลังงานเท่านั้น มันยังเพิ่มโปรตีนและไขมันจากธรรมชาติตามมาอีกด้วย ถั่วเปลือกแข็งยอดนิยมก็ได้แก่ ถั่วแมคคาเดเมีย ถั่วอัลมอนด์ ถั่วพิสตาซิโอ ถั่วลิสง ถั่วพีแคน มะม่วงหิมพานต์ เฮเซลนัท และวอลนัทเป็นต้น

5. ผลไม้สด

หากคุณต้องการดื่มด่ำกับเครื่องดื่มรสหวานพร้อมส่งมอบพลังงานให้กับร่างกายอย่างรวดเร็วก็คือการกินผลไม้สด ปั่นเป็นน้ำสมูทตี้ หรือคั้นเป็นน้ำผลไม้สด ถือเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากว่าเครื่องดื่มสำเร็จรูปทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มสุขภาพ น้ำอัดลม น้ำดื่มเกลือแร่ ชาหรือกาแฟกระป๋อง สอดคล้องกับงานวิจัยหลายๆ ชิ้นว่าผลไม้สดหรือน้ำผลไม้ปั่น เช่น สมูทตี้ ต่างอุดมไปด้วยน้ำตาลฟุลกโตส ซูโคส และกูลโคส ซึ่งร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ทันที

ถ้าคุณกินผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารสูง เช่น กล้วยหอม มันยิ่งชะลอการย่อยอาหารในกระเพาะลงไปได้อีกส่งผลให้ระดับพลังงานภายในร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น นอกจากนั้นผลไม้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญๆ อีกหลายตัวที่ดีต่อสุขภาพ

การกินอาหารเพื่อสุขภาพควรเลือกเมนูให้เหมาะสมกับเพศ วัย น้ำหนักตัว หรืออาการเจ็บป่วยของแต่ละคน เมนูอาหารล้วนสร้างความแตกต่างให้กับพลังงานและสุขภาพของคุณได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายคนแนะนำว่าหากคุณต้องการเพิ่มพลังานให้ร่างกายเป็นประจำก็ควรกินอาหารจำนวนน้อยๆ แต่บ่อยครั้งมากขึ้น นั่นคือกินอาหารประมาณสองถึงสามชั่วโมงต่อหนึ่งมื้อแทนการกินอาหารปริมาณมากเพียงครั้งเดียว พูดง่ายๆ ก็คือ กินอาหารบ่อยขึ้นแต่กินในจำนวนที่น้อยลง