โกจิเบอร์รี่ “ซูเปอร์ฟู๊ด” ของคนจีนโบราณ

Goji Berries

โกจิเบอร์รี่หรือวูล์ฟเบอร์รี่ยังเป็นอาหารชนิดใหม่ของชาวตะวันตก แต่ผลเบอรี่สีแดงเล็กๆ เหล่านี้ชาวจีนรู้จักกันมาเป็นอย่างดีมากว่าสองพันปี โดยเฉพาะพระหรือนักบวชในแถบเทือกเขาหิมาลัยชอบทานเป็นอาหารหลักหรืออาหารว่างด้วยการแช่ผลโกจิเบอรรี่แห้งกับน้ำร้อนๆ ชงเป็นเครื่องดื่มหรือนำไปปรุงร่วมกับวัตถุดิบอื่น พวกเขาอ้างว่ามีสรรพคุณเป็นยาชูกำลัง ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีอายุยืนยาว และสมาธิดีขึ้น

ไม่ว่าจะกินโกจิเบอรี่แห้งแบบดิบๆ หรือละลายน้ำเป็นเครื่องดื่มก็ตาม โกจิเบอรี่จะหลั่งสารไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ ออกมายับยั้งและต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้เพราะสารอาหารเหล่านี้มีหน้าที่ต่อต้านและทำลายอนุมูลอิสระดีมาก โกจิเบอรี่มีแคลอรี่ต่ำ เส้นใยอาหารเยอะคุณจึงรู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้นส่งผลดีต่อการลดน้ำหนัก นี่คือซูเปอร์ฟู๊ดชั้นดีจากองค์ความรู้ของชาวจีนโบราณ

ชาวจีนรู้จักนำโกจิเบอรี่มาเป็นส่วนผสมหนึ่งในสูตรยาแก้อาการซึมเศร้า โรควิตกกังวล และอาการผิดปกติทางอารมณ์ โกจิเบอรี่ให้เบต้าแคโรทีนสูงดังนั้นการแพทย์ทางฝั่งตะวันตกจึงนำมาเป็นวัตถุดิบหนึ่งหรืออาหารเสริมในการบำรุงผิวพรรณหรือผิวบริเวณรอบดวงตา รวมถึงใช้ป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วยเพราะมันช่วยควบคุมไตรกลีเซอไรด์(Triglyceride) น้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

โกจิเบอรี่เป็นพืชในตระกูลเดียวกับมันฝรั่ง มะเขือแทศ มะเขือยาว และพริกไทย โกจเบอรรี่ 1 ถ้วยตวง หรือ 170 กรัม ให้พลังาน 100 แคลอรี่ เส้นใยอาหาร 4 กรัม โปรตีน 4 น้ำตาลธรรมชาติ 13 กรัม และไขมันแบบไม่อิ่มตัวหรือทรานส์ไขมัน นอกจากนั้นแล้วมันยังให้วิตามินและแร่ธาตุสำคัญอีก 20 กรัม กรดอะมิโน 18 ชนิด กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อสุขภาพอีก 5 ชนิด และโฟโตเคมิคอล โกจิเบอรี่จึงเป็นอาหารซูเปอร์ฟู๊ดชนิดหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนรักสุขภาพ หลังจากผ่านการพิสูจน์คุณค่ามาอย่างยาวนานจากคนจีนหลายยุคหลายสมัย

แม้ว่าโกจิเบอรี่จะอยู่กลางตาราง ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity) ของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา(USDA) โกจิเบอรี่อยู่อันดับที่ 3,290 ของตาราง ORAC ซึ่งเป็นตารางการจัดอันดับคะแนนให้กับอาหารแต่ละชนิดว่าอาหารชนิดนั้นมีความสามารถในการดูดซับอนุมูลอิสระได้มากเพียงใด ด้วยกระบวนการวัดคะแนนแบบ ORAC แม้โกจิเบอรี่จะมีคะแนนระดับกลางๆ แต่ถ้าหากเทียบคะแนน ORAC กับผลไม้ชนิดแล้ว โกจิเบอรี่ก็ได้อันดับ 3 นั่นคือ มันเป็นอาหารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพมากเพราะโกจิเบอรี่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนสูงถึง 18 ชนิด มีกรดอะมิโน 11 ชนิดที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้และหาไม่ได้จากอาหารอื่นๆ

รสชาติเปรี้ยวหวานของโกจิเบอร์รีนั่นอุดมไปด้วยวิตามินซีสูงมากคล้ายกับผลเชอรี่และแคลนเบอรี่ ซึ่งให้วิตามินซีมากกว่าส้มเขียวหวาน 500 เท่าเมื่อเทียบกันแบบกรัมต่อกรัม

ไม่มีปัญหาอะไรเลยผู้คนทุกเพศทุกวัยสามารถกินและได้สรรพคุณของโกจิเบอรี่แทบทุกคน สำหรับผู้สูงวัยดูเหมือนโกจิเบอรี่จะให้ประโยชน์เพิ่มเติมอีกอย่างก็คือมันช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือดทำให้ระดับน้ำตาลภายในร่างกายสมดุลมากขึ้น สมรรถภาพทางเพศก็แข็งแรงมากขึ้น

เช่นเดียวกับอาหารทุกชนิดที่คุณต้องการกินเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ อย่างน้อยควรไปพบแพทย์และตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแพทย์จะได้แนะนำว่าอาหารชนิดใดบ้างหมาะสมและทานได้มากแค่ไหน ร่างกายแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันตามวิถีการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมความเป็นอยู่ บางคนกินอาหารชนิดเดียวนานๆ ก็ไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใดแต่บางคนกินแล้วป่วยจนเสียชีวิตเลยก็มี